2006/Jul/27

และแล้วรถไฟฟ้าก็ไม่ใช่รถเมล์ที่จะตะโกนบอกให้โชเฟอร์จอดก่อนได้เหมือนรถเมล์

นี่เป็นโอกาสของผมแล้วใช่ไหมเนี่ย...ผมตื่นเต้นน่าดู

เอื้อมมือไปหยิบมือถือไว้ในมือ

แล้วเตรียมคำพูดต่างๆนาๆเพื่อจะรอรับสายจากเธอ

....ใช่ เธอทำมือถือหล่นเอาไว้

ผมนึกจนถึงกระทั่งว่าเรานัดเจอกันเพื่อคืนมือถือให้เธอที่ไหนดี

หลังจากเจอกันเล้วเราจะได้ไปทานข้าวด้วยกันรึเปล่า

แล้วจะยังติดต่อกันมั้ย

ผมเฝ้ารอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ...และเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

ผมก็ผิดหวัง ครับ ไม่ใช่เสียงเธอ แต่เมื่อผมฟังต่อไป

สิ่งที่ผมได้ยินทำให้ผมรีบลงจากรถไฟฟ้าและต่อแท็กซี่ไปรพ.ทันที

...เสียงที่ผมคุยด้วยเมื่อกี้เป็นเสียงนางพยาบาลคับ

เขาโทรมาบอกว่าพ่อเธอป่วยหนัก และรู้จักเบอร์นี้เบอร์เดียว

ก่อนเข้าห้องเยี่ยมเขาให้ปิดมือถือ

ผมก็ปิดแล้วผมก็ไม่สามารถเปิดได้อีกเพราะติดรหัสล็อกคับ

ผมหมดหนทางที่จะสื่อสารกับเธอแล้วคับ

ต่อมา ผมไม่รู้จะติดต่อกับเธอได้อย่างไร ผมรับเป็นเจ้าของไข้

และดูแลค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งอนุญาตผ่าตัดแทนเธอจนเสร็จเรียบร้อย

แต่เมื่อผมมาเยี่ยมเธอพาพ่อเธอไปแล้ว

...ผมคิดในใจแล้วผมจะเจอเธอได้อย่างไรเนี่ย

แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

เธอโทรเข้ามือถือผม

เธอบอกว่าเธอได้เบอร์มาจากรพ.ที่ผมให้ไว้ติดต่อ

สำเร็จ..ใช่ครับเรานัดกัน

เรานัดเจอกันที่ร้านกาแฟที่สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง

ที่เราเจอกันเป็นประจำมา3ปีแล้ว...ครับ...

ใช่..!!เราเห็นกันมาสามปี

ผมคืนมือถือให้เธอ

แล้วแยกกันกลับบ้าน

ต่อมาเธอโทรมาอีกครับ คือวันนั้นเราตกลงเป็นเพื่อนกัน

ผมเห็นเบอร์อื่น ผมจึงถามว่าเบอร์ใคร

...เธอบอกว่าเบอร์คู่หมั้น...เธอจะชวนผมไปงานแต่งงาน

เรานัดเจอกันเพราะเธอจะแจกการ์ดเชิญผม..ระหว่างมื้ออาหารเราคุยกัน..

เธอบอกว่าเธอรู้จักเขาบนรถไฟฟ้าที่เจอผมนั่นแหละ

เธอมองหน้าผมแล้วยิ้มขำๆ

เธอบอกว่าเธอมีอะไรจะสารภาพกับผม แล้วเธอก็บอกว่า..

..เธอแอบมองผมมาสามปีแล้ว แต่ผมไม่เคยมองเธอเลย

เธอเห็นผมเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง...แต่เขาคนนั้นกล้ามองเธอ

และกล้าคุยกับเธอจนมีวันนี้แหละ

...เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม อย่างคนไม่คิดอะไร

เพราะเธอกำลังมีความสุขกับคนที่รักเธอ

แล้วเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าหนึ่งปีที่รู้จักเขา

หลังจากแอบมองผมอยู่สองปี

มันเพียงพอที่จะทำให้เธอแน่ใจว่าเธอก็รู้สึกรักเขา...

เธอตาเป็นประกายด้วยความสุขตลอดการสนทนา

..ผม..ในเวลานั้นอิ่ม.....เลยคับ

มาถึงขนาดนี้แล้วผมจะกล้าพูดออกไปได้อย่างไรว่า

ตลอดเวลาสามปีที่ผมมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟฟ้านั้น

ก็เพื่อที่จะได้เห็นเงาของเธอที่สะท้อนอยู่ในกระจกหน้าต่าง

..คับ..ผมไม่พูดมันออกไป..และได้แต่ยิ้มให้เธอ..

..แล้วมองดูเธอจากไป..

ด้วยแววตาที่เป็นประกาย..คับ..แต่ประกายของผมเป็นประกายที่เกิดจากน้ำตาที่ซึมออกมาจากขอบตา

**ถ้ารักใครอยู่อย่าอายที่จะบอก...อย่างน้อยเขาก็ได้รับรู้แต่ต่อจากนั้นจะเป็นไง.....

ก็ช่างมันเถอะ**

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เศร้าจัง...
ใช่..อย่างน้อยเขาก็ได้รับรู้
#1  by   At 2006-07-27 12:28, 
เรื่องมันเศร้าแฮะ

มันขึ้นอยู่กับความกล้าด้วยเนอะ
อ่านแล้วชักทำให้รู้สึกกล้าขึ้นมานิดๆแล้วเนี่ย
#2  by  simplified At 2006-07-27 12:36, 
จริงดิ...
คนเราจะกล้าทำตามใจตัวเองก็ต่อเมื่อรู้ว่าตัวเราใกล้ตาย!!!
#3  by  rafilmstruck At 2006-07-27 13:16, 
#4  by  Far Away...*_* At 2006-07-27 13:39, 
เป็นเรื่องจริงรึเปล่าคะ

เศร้าจังเลยเนอะ
#5  by  ๏~ G♥J ~๏ At 2006-07-27 15:33, 
อืม ถูกสั่งสอนมาตลอดว่าถ้ารักใครก็อย่าให้สายเกินไป เฮ้อ เศร้าจัง

แต่คิดว่าถ้าเกิดรักใครสักคน เราคงเป็นคนปากเข็งน่าดู จะไม่พูดว่าก็เป็นผู้หญิง ผู้ชายต้องตามตื้อหรอกนะ -*-
#6  by  OH-O ! ! At 2006-07-27 15:39, 
เศร้าจัง
#7  by  แอบรัก (125.24.83.155) At 2007-11-28 09:57, 
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.... อ่านต่อเลย
เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในเทศบาล.ท่าเรือ เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ ***********************************- เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร __________ ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี
(ปล ห้ามส่งมายังคนเดิมที่ส่งมาอีก ไม่งั้นจะรับโทษฐานคืน ตาย!!!!!)ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา
#8  by  1457 (118.174.96.89) At 2008-05-05 12:40, 

<< Home